ปิโตรเลียม_57

ข้อสอบปิโตรเลียม
1.Login ด้วยบัญชี Facebook
2.ข้อสอบพร้อมเฉลยอย่างละเอียด
3.ชื่อ-สกุล…………………… ชั้น…………. เลขที่ ……………..ต่อท้ายข้อสอบ
———————————————————————————————–
ตัวอย่าง

ข้อสอบ————————————– (onet’55)
1.
2.
3.
4.
เฉลย 1. เพราะ………………………………..
ชื่อ-สกุล…………………… ชั้น…………. เลขที่ ……………..

  1. นางสาวเนรัญชลา ขุนคงมี ม.6/4 เลขที่ 23
    O-NET 52
    เรื่องพอลิเมอร์
    62. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับยางสังเคราะห์
    1. พอลิบิวตาไดอีนเป็นโคพอลิเมอร์ที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบต่อเติม
    2. ยางเอสบีอาร์เป็นโคพอลิเมอร์ที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบต่อเติม
    3. ยางเอสบีอาร์เป็นโฮโมพอลิเมอร์ที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบควบแน่น
    4. นีโอพรีนเป็นโฮโมพอลิเมอร์ที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบควบแน่น

    เฉลย
    ตอบ 2
    พอลิบิวตาไดอีน มีมอนอเมอร์ คือ บิวตาไดอีน ส่วนนีโอพรีน มีมอนอเมอร์ คือ คลอโรบิวตาไดอีน จึงเป็นโฮโมพอลิเมอร์ที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบต่อเติม
    ยางเอสบีอาร์ มีมอนอเมอร์ คือ สไตอีนและบิวตาไดอีน ส่วนยางเอบีเอส มีมอนอเมอร์ คือ อะคริโลไนไตรล์ สไตรีน และบิวตาไดอีน จึงเป็นโคพอลิเมอร์ที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชันแบบต่อเติม

  2. นางสาวเนรัญชลา ขุนคงมี ม.6/4 เลขที่ 23

    O-net ปี51
    41. ขอใดจับคูของมอนอเมอรและพอลิเมอรไดถูกตอง

    มอนอเมอร / พอลิเมอร

    1. ไอโซพรีน / ยางพารา

    2. เอมีน / พอลิเอไมด

    3. กรดอะมิโน / ดีเอนเอ

    4. แลกโตส / กาแลกโตส

    ็ตอบ ข้อ 1 ไอโซพรีน / ยางพารา

  3. ข้อสอบปิโตรเลียม
    ข้อใดนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบมาใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง(O-net53)
    1.นำน้ำมันหล่อลื่นมาใช้ทำน้ำมันเครื่อง
    2.นำแก๊สปิโตรเลียมมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในตะเกียง
    3.นำแก๊สโซลีนมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน
    4.นำน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซล
    คำตอบข้อ.56 ) ตอบข้อ 1. เพราะน้ำมันหล่อลื่นนำมาใช้ทำเครื่อง เทียนไข และแว็ก แก๊สปิโตรเลียมนำมาใช้เป็นแก๊สหุงต้ม แก๊สโซลีนนำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ และน้ำมันเชื้อเพลิงนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงของเครื่องจักรและเรือ

    นางสาวศรีนวล ยอดเงิน ชั้น ม.6/4 เลขที่39

  4. ข้อใดกล่าวถึงผลของแก๊สอันตรายที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ถูกต้อง(O-net 53)
    1.แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้เกิดฝนกรด
    2.แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน
    3.แก๊สไฮโตรคาร์บอนก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ
    4.แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เลือดไม่สามารับออกซิเจนได้
    คำตอบข้อ 57 ) ต้อบข้อ 3. แก๊สไฮโตรคาร์บอนก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ
    เหตุผล เพราะแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์จะไปจับกับเฮโมโกลบินทำให้เลือดไม่สามารถรับออกซิเจนได้แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ทำให้เกิดฝนกรด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนและแก๊สไฮโดรคาร์บอนจะก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ

    นางสาวณัฐภรณ์ ปัญจบุรี ชั้น ม.6/4 เลขที่ 29

  5. ข้อสอบ O-net 2550

    คำถาม : ปิโตรเลียมประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง ?
    ก.น้ำมันกับถ่านหิน
    ข.น้ำมันกับหินน้ำมัน
    ค.ถ่านหินกับแก๊สธรรมชาติ
    ง.น้ำมันกับแก๊สธรรมชาติ

    เฉลย ง.น้ำมันกับแก๊สธรรมชาติ เพราะ ปิโตรเลียมมีธาตุองค์ประกอบหลัก 2 ชนิด คือ คาร์บอนและไฮโดรเจน และอาจมีธาตุอโลหะชนิดอื่นปนอยู่ด้วย เช่น กำมะถัน ออกซิเจน และไนโตรเจน ทั้งนี้ปิโตรเลียมเป็นได้ทั้ง 3 สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
    ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ
    รวมถึงความร้อนและความดันของสภาพแวดล้อมในการเกิดและการกักเก็บปิโตรเลียม
    แบ่งตามสถานะได้เป็นสองชนิดหลัก คือ น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ
    โดยแก๊สธรรมชาตินั้น ประกอบด้วยคาร์บอนตั้งแต่ 1-4 อะตอม

    นาย อนุรักษ์ ศรีวิชัย ม.6/7 เลขที่ 9

  6. ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนแรกของการสำรวจปิโตรเลียม (o-net 54)
    1. การเจาะสำรวจ
    2. การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์
    3. การสำรวจโดยใช้ดาวเทียม
    4. การเก็บตัวอย่างหิน
    ตอบข้อ ข้อ1การเจาะสำรวจ
    เหตุผล เพราะการขุดเจาะน้ำมันเป็นวิธีการส่วนใหญ่ในการได้มาซึ่งปิโตรเลียม ซึ่งเป็นขั้นตอนหลังการศึกษาโครงสร้างธรณีวิทยา การวิเคราะห์แอ่งตะกอน และลักษณะหินกักเก็บปิโตรเลียม หลังขุดเจาะขึ้นมาแล้ว ปิโตรเลียมจะถูกกลั่นและแยกเป็นผลิตภัณฑ์บริโภคหลายชนิด ตั้งแต่แก๊สโซลีนและน้ำมันก๊าด ไปจนถึงยางมะตอยและตัวทำปฏิกิริยาเคมีซึ่งใช้ในการทำพลาสติกและเภสัชภัณฑ์ นอกจากนี้ ปิโตรเลียมยังใช้ในการผลิตวัสดุอีกหลายชนิด

    นางสาว โมคำ ศรีวงศ์ ชั้น ม.6/11 เลขที่ 24

  7. (o-net 53) ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล
    1. น้ำมันปิโตรเลียม
    2. แก๊สธรรมชาติ
    3. ถ่านหิน
    4. ถ่านกัมมันต์

    คำตอบข้อ คือตอบข้อ 4. ถ่านกัมมันต์
    เหตุผล เพราะเชื้อเพลิงฟอสซิล เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ตายทับถมกันนับหลายล้านปีใต้ท้องทะเลหรือพื้นดินลึก ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
    ดังนั้นตัวเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ ถ่านกัมมันต์
    ซึ่งเป็นถ่านที่ได้จากการนำไม้หรือวัสดุใกล้เคียงอื่นๆ เช่น กะลามะพร้าวมาผ่านกระบวนการคาร์บอไนช์โดยการเผาและอัดแรงดันที่อุณหภูมิสูงๆทำให้ได้ถ่านที่มีความพรุนสูงมาก

    นางสาวปรารถนา แซ่หมื่อ ชั้น ม.6/1 เลขที่ 38

  8. (O-NET 50) ปิโตเลียม
    ข้อใดในข้อใดเหมาะสมที่จะใช้ในการส่งยานอวกาศมากที่สุด
    1.ออกซิเจนเหลว
    2.เบนซินเกรดสูง
    3.ไนโตรเจนเหลวและออกซิเจน
    4.ไฮโดรเจนเหลวและออกซิเจนเหลว
    เฉลย ตอบ4
    ในการส่งยานอวกาศเชื้อเพลิงที่ใช่ในการขับดันเพื่อออกนอกโลกไปสู่อวกาศนั้น เชื้อเพลิงที่เหมาะสมเป็นพวกเชื้อเพลิงเหลว เพราะสามารถควบคุมการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงได้ เนื่องจากสามารถแยกตัวเชื้อเพลิงซึ่งนิยมใช้เป็นไฮโดรเจนเหลวกับก๊าซที่ช่วยให้ไปติด คือออกซิเจนเหลวออกจากกันโดยแยกไว้คนละถัง
    นาย จิรวัฒน์ แสนศักดิ์หาญ ม.6/4 เลขที่ 14

  9. O-NET 53
    ปิโตรเลียม
    ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม

    1. มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    2. เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
    3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    4. ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

    เฉลย
    ตอบ ข้อ 3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ

    นายธีรภัทร์ แสงฟ้า ม.6/4 เลขที่ 2

  10. O-NET 52 (( นาย วรัญญู แก้วดุลดุก ม.6/4 เลขที่ 12 ))

    —ปิโตรเลียม—
    การเผาไหมของเอทานอลใหพลังงานน้อยกวาน้ํามันเบนซินในปริมาตรที่เทากัน และ
    เอทานอลมีคาออกเทนสูงกวาน้ํามันเบนซิน ถาใช รถคันเดียวกัน เติมน้ำมันเทากัน
    แล้วขับบนเสนทางและสภาพถนนเดียวก้น จะได้ผลตามข้อใด

    1. การใชแกสโซฮอลจะวิ่งไดระยะทางน้อยกว่าใชเบนซิน แตเครื่องยนต์ทํางานไดดีกว่า
    2. การใชแกสโซฮอลจะวิ่งไดระยะทางมากกวาใชเบนซิน และเครื่องยนตทํางานไดดีกว่า
    3. การใชเบนซินหรือแกสโซฮอลไดผลเหมือนกันทั้งระยะทางและการทํางานของเครื่องยนต์
    4. การใชแกสโซฮอลจะวิ่งไดระยะทางน้อยกว่าใชเบนซินสวนเครื่องยนตทำงานได้เหมือนกัน

    เฉลย
    ตอบ 1. การใชแกสโซฮอลจะวิ่งไดระยะทางน้อยกว่าใชเบนซิน แตเครื่องยนต์ทํางานไดดีกว่า

  11. นาย พงศธร ภาสวัต ม.6/1 เลขที่ 14

    เรื่อง ปิโตรเลียม
    (O-Net 49) พิจารณาข้อความต่อไปนี้
    ก. ซากพืชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่มีอุณหภูมิและความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็น
    สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
    ข. น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกระทะรองรับไว้
    ค. การสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
    ง. ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน

    ข้อใดถูก
    1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข และ ง 4. ค และ ง

    ตอบข้อ 1 เพราะข้อ ค ผิด เนื่องจากการสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินบนพื้นโลก ส่วนข้อ ง
    ผิดเนื่องจากแหล่งน้ำมันดิบของไทยส่วนใหญ่อยู่บนบกส่วนแหล่งก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่อยู่ในทะเล

  12. 57. ข้อใดกล่าวถึงผลของแก๊สอันตรายที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ถูกต้อง
    1. แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้เกิดฝนกรด
    2. แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน
    3. แก๊สไฮโดรคาร์บอนก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ
    4. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เลือดไม่สามารถรับออกซิเจนได้

    เฉลย ตอบ 3 เพราะ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์จะไปจับกับเฮโมโกลบินทำให้เลือดไม่สามารถรับออกซิเจนได้ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ทำให้เกิดฝนกรด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และแก๊สไฮโดรคาร์บอนจะก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ

    นางสาวปิยกาญจน์ ขุนซาง เลขที่20 ชั้น ม.6/5

  13. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติตัวทำลายอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม (O-net 54)
    1.มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    2.เป็นสารคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
    3.มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    4.ประกอบด้วยสารในไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

    เฉลย ตอบข้อ 3.มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    เพราะ ข้อ 1.น้ำมันเบนซินมีจุดเดือด 250-340 องซาเซลเซียส
    ข้อ 2.ไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดไม่ละลายน้ำเพราะไม่มีขั้ว
    ข้อ 4.จำนวนคาร์บอนของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมี คือ 6-12

    นางสาว นาฟะ แซ่ลี ชั้น ม.6/5 เลขที่38

  14. สารพันธุกรรมเป้นสารประเภทใด?
    1.คาร์โบไฮเดรต
    2.โปรตีน
    3.พิลิด
    4.กรดนิวคลีอิก

    ตอบข้อ 4) กรดนิวคลิอิก
    ทำหน้าที่เก็บและถ่ายข้อมูลทางพันธุกรรมมีหน่วยย่อยเรียกว่า นิวคลีโอไทด์ ซึ่งกรดนิวคลีอิกมี 2 ชนิด คือ
    – RNA ( Ribonucleic acid )
    – DNA ( Deoxyribonucleic acid )

    นางสาว นันทวัน หลงบุญ ม.6/5 เลขที่28

  15. เมื่อนำสาร A มาเผาในบรรยากาศออกซิเจน o2(g) จะได้ไอน้ำ H2o(g)และแก๊สคาณ์บอนไดออกไวด์co2(g)สารAในปฏิกริยาข้างต้นไม่ใช่สารใดในข้อต่อไปนี้ (o-net 53)

    1 แก๊สไฮโดรเจน
    2 แก๊สโซฮอล์
    3 แก๊สบิวเทน
    4 แก๊สธรรมชาติ

    ตอบ ข้อ 1 เพราะจะเผาไหม้เพราะก๊าซคาณืบอนไดออกไซด์และน้ำได้ต้องเป็นสารอินทรีย์และเกิดการเผาไหม้แบบเผาไหม้สมบูรณ์

    นางสาว เพชรพิไล ะรรมวงศื ม.6/5 เลขที่ 29

  16. ไอออนของธาตุ X มีจำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน เท่ากับ 9,10,10 ตามลำดับ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับธาตุ X (O-net 53)
    1.สาร X มีสถานะเป็นแก๊ส
    2.ไอออนที่เสถียรของธาตุ X มีประจุ -1
    3.ธาตุ X พบได้ในบางส่วนของร่างกายคน
    4.ธาตุ X กับธาตุ Ca เกิดเป็นสารประกอบที่มีสตรีเป็น CaX

    ตอบข้อ 4 เพราะ ข้อ 1 2 ถูก ฟลูออรีนอยู่ในสถานะแก๊ส ไอออนมีประจุ -1 ซึ่งเมื่อเกิดสารประกอบกับ Ca ซึ่งเป็นโลหะ

    นางสาวกฤษณา เดชคิด ชั้น ม.6/5 เลขที่ 26

  17. 16. ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมใดที่มีจุดเดือดสูงที่สุด

    ก. น้ำมันเตา

    ข. น้ำมันก๊าด

    ค. ยางมะตอย

    ง. น้ำมันหล่อลื่น

    คำตอบคือ ข้อ 3 เพราะ ยางมะตอยส่วนใหญ่เป็นสารจำพวกไฮโดรคาร์บอนทำนองเดียวกับน้ำมันปิโตรเลียม แต่มีน้ำหนักโมเลกุลโดยเฉลี่ยสูงกว่า จะแข็งตัวในอุณหภูมิต่ำ อ่อนตัวหรือหลอมละลายในอุณหภูมิสูง
    นาย ฉัตรมงคล ไชยเทพ ม.6/5 เลขที่ 14

  18. พิจราณาข้อความต่อไปนี้ (O-net 49)
    ก ซากพึชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่อุณหภูมิ และความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
    ข น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกะทะรองรับไว้
    ค การสำรวจแหล่งปิโตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
    ง ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตแก๊สธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน
    ข้อใดถูก
    1 ก และ ข 2 ข และ ง
    3 ก และ ค 4 ค และ ง

    เฉลย
    ตอบ ข้อ 3 ก และ ค ถูก
    เพราะ ข้อ ข ผิด เพราะ น้ำมันดิบจะถูกเก็บอยู่ใต้ผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งลักษณะของหินจะมีด้านบนปิดกั้น ป้องกันการระเหยของปิโตรเลียม
    ข้อ ง ผิด เพราะแหล่งน้ำมันนดิบ และแหล่งแก๊สธรรมชาติไม่จําเป็นต้องเป็นแหล่งเดียวกัน

    นางสาวกนกพร ขุมทรัพย์ ชั้น ม.6/5 เลขที่ 23

  19. เมื่อนำยางชนิดหนึ่งที่มีสมบัติยืดหยุ่นมาเผาไฟ พบว่าเกิดแก็สที่ละลายน้ำแล้วได้สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรด ชนิดของยางและแก็สที่เกิดขึ้นเป็นข้อใด (O-net 53)
    1. ซิลิโคน SiO2
    2. ยางวัลคาไนซ์ SO2
    3. พอลิไวนิลแอซีเตท HCl
    4. ไนลอน 66 NH3
    ตอบ 2 ยางวัลคาไนซ์ SO2
    นางสาว อริสา อุ่นแก้ว ชั้น ม.6/8 เลขที่38

  20. ข้อสอบ เมื่อนําสาร A มาเผาในบรรยากาศออกซิเจน O2 (g) จะได้ไอน้ำ H2O(g) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์CO2(g) สาร A ในปฏิกิริยาข้างต้นไม่ใช่สารใดในข้อต่อไปนี้ (o-net53)
    1. แก๊สไฮโดรเจน
    2. แก๊สโซฮอล์
    3. แก๊สบิวเทน
    4. แก๊สธรรมชาติ
    เฉลย ตอบข้อ 4 แก๊สธรรมชาติ
    เพราะ เชื้อเพลิงที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อนำมาเผาไหม้ในที่ที่มีแก๊สออกซิเจนเพียงพอ จะเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ให้ไอน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลิตภัณฑ์ เช่น การเผาไหม้มีเทนจะเกิดปฏิกิริยา ดังนี้
    CH4 + 2O2 → CO22H2O
    แก๊สโซออล์ แก๊สบิวเทนและแก๊สธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อเกิดการเผาไหม้ในบรรยากาศที่มีออกซิเจนจะได้ไอน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลิตภัณฑ์

    นางสาวสรวงสุดา กันกอบ ม.6/4 เลขที่ 24

  21. ในการกลั่นน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซินจะออกมาทางด้านส่วนบนของหอกลั่น ส่วนน้ำมันดีเซลจะออกมาทางด้านส่วนล่าง ข้อความใดกล่าวถูกต้อง(แนวข้อสอบ o-net)
    1.น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลมีจุดเดือดเท่ากัน เพราะน้ำไปใช่เป็นเชื้อเพลิงได้เหมือนกัน
    2.จุดเดือดไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของการกลั่นตัวจึงสรุปไม่ได้
    3.น้ำมันเบนซินมีจำนวนคาร์บอนมากกว่าน้ำมันดีเซล
    4.น้ำมันเบนซินมีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    5.น้ำมันเบนซินมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมันดีเซล

    เฉลย: ตอบข้อที่ 5 เพราะ น้ำมันเบนซิน มีจุดเดือดที่ 65-170 องศาเซลเซียล ซึ่งต่ำกว่าหรือมีจุดเดือดน้อยกว่า น้ำมันดีเซล น้ำมันดีเซลมีจุดเดือดอยู่ที่ 250-340องศาเซลเซียล และน้ำมันดีเซลมีจำนวนคาร์บอนมากกว่าน้ำมันเบนซิน

    นางสาวภัทรวรรณ บุญแก้ว เลขที่ 34 ม.6/3

  22. ข้อ 4 (O-Net 53) ด้วยเหตุผลข้อใดต่อไปนี้จึงทำให้น้ำมันเบนซินมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมันดีเซล
    1) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลน้อยกว่าน้ำมันดีเซล
    2) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลมากกว่าน้ำมันดีเซล
    3) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของไฮโดรเจนในโมเลกุลน้อยกว่าน้ำมันดีเซล
    4) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของไฮโดรเจนในโมเลกุลมากกว่าน้ำมันดีเซล

    ตอบข้อ 1 เพราะน้ำมันที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลน้อยจะมีจุดเดือดต่ำ

    นายปฏิพัทธ์ กันทะลัน ชั้น ม.6/4 เลขที่ 15

  23. คำถาม ด้วยเหตุผลข้อใดต่อไปนี้จึงทำให้น้ำมันเบนซินมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมันดีเซล
    1) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลน้อยกว่าน้ำมันดีเซล
    2) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลมากกว่าน้ำมันดีเซล
    3) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของไฮโดรเจนในโมเลกุลน้อยกว่าน้ำมันดีเซล
    4) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของไฮโดรเจนในโมเลกุลมากกว่าน้ำมันดีเซล

    ตอบข้อ 1 เพราะน้ำมันที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลน้อยจะมีจุดเดือดต่ำ

    นายปฏิพัทธ์ กันทะลัน ชั้น ม.6/4 เลขที่ 15

  24. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง(o-net 52)ปิโตเลียม
    1. ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของแก๊สธรรมชาติไม่ทําให้เกิดแก๊สทที่ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
    2. ควันสีดําที่เกิดจากเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์คือแก๊ส คาร์บอนมอนอกไซด์
    3. เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่พัฒนาเพื่อใช้ทดแทนปิโตรเลยมจัดเป็นพลังงานทางเลือก และเป็นพลังงานสะอาดเพราะไม่ทําใหเกิดผลิตภัณฑ์ทที่เป็นมลภาวะในอากาศ
    4. การเผาไหม้ซึ่งเซลลูโลสทําให้ได้ถ่านไม่เขียนเป็นสมการเคมีคือ Cn(H2O) n → nCO2 + nH2O

    ตอบ 3. เพราะ ความหมายของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมีอยู่ว่าพลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen, H2) ซึ่งถือได้ว่าเป็นพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง, สะอาด, และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับการคาดหมายและยอมรับว่าจะเป็นแหล่งของพลังงานเชื้อเพลิงที่สำคัญอย่างมากในอนาคต

    นายณัชพล ตั๋นติ๊บ ม.6/2 เลขที่14

  25. ข้อ 39 (O-NET 52)
    การเผาไหม้ของเอทานอลให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันเบนซินในปริมาณที่เท่ากัน และเอทานอลมีค่าออกเทนสูงกว่าน้ำมันเบนซิน ถ้าใช้รถคันเดียวกัน เติมน้ำมันเท่ากัน แล้วขับบนเส้นทางและสภาพถนนเดียวกัน จะได้ผลตามข้อใด
    1.การใช้แก๊สโซฮอล์จะวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าเบนซิน แต่เครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่า
    2.การใช้แก๊สโซฮอล์จะวิ่งได้ระยะทางมากกว่าเบนซิน และเครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่า
    3.การใช้เบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ได้ผลเหมือนกันทั้งระยะทางและการทำงานของเครื่องยนต์
    4.การใช้แก๊สโซฮอล์จะวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าเบนซิน ส่วนเครื่องยนต์ทำงานได้เหมือนกัน

    เฉลยข้อ 1
    แก๊สโซฮอล์ซึ่งมีเอทานอลเป็นองค์ประกอบจะให้พลังงานจากการเผาไหม้น้อยกว่าน้ำมันเบนซิน ทำให้มีการสิ้นเปลืองมากกว่าจะวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าการใช้น้ำมันเบนซินในปริมาตรที่เท่ากัน แต่แก๊สโซฮอล์จะมีค่าออกเทนสูงกว่า ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่า

    น.ส.ศรัญญา อนันตรักษ์ เลขที่ 17 ม.6/3

  26. ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล(ปิโตเลียม) (O-net 53)
    1. น้ำมันปิโตรเลียม
    2. แก๊สธรรมชาติ
    3. ถ่านหิน
    4. ถ่านกัมมันต์

    คำตอบข้อ 17 ) ตอบข้อ 4. ถ่านกัมมันต์
    เหตุผล
    เชื้อเพลิงฟอสซิล เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ตายทับถมกันนับล้านปีใต้ท้องทะเลหรือพื้นดินลึก ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
    ดังนั้นตัวเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ ถ่านกัมมันต์
    ซึ่งเป็นถ่านที่ได้จากการนำไม้หรือวัสดุใกล้เคียงอื่นๆ เช่น กะลามะพร้าวมาผ่านกระบวนการคาร์บอไนช์โดยการเผาและอัดแรงดันที่อุณหภูมิสูงๆทำให้ได้ถ่านที่มีความพรุนสูงมาก

    นางสาวกาญจนาพร กองแก้ว เลขที่ 33 ม.6/4

  27. ก๊าซโซฮอล์ (gasohol) หรือ เบนโซฮอล์(Benzohol) เป็นของเหลวผสมระหว่างสารใด (o-net 53)
    ก. เมทานอลกับน้ำมันดีเซล
    ข. เมทานอลกับน้ำมันเบนซิน
    ค. เอทานอลกับน้ำมันเบนซิน
    ง. เอทานอลกับน้ำมันดีเซล

    ตอบ ค. เอทานอลกับน้ำมันเบนซิน
    เหตุผล ก๊าซโซฮอล์ (gasohol) เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมระหว่างเอทานอล หรือที่เรียกว่า เอทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธฺ์ 99.5% โดยปริมาตรผสมกับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91 ในอัตราส่วนเบนซิน 9 ส่วน เอทานอล 1 ส่วน จึงได้เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 95

    นางสาวผึ้ง แสงดี ชั้นม.6/4 เลขที่ 30

  28. ถ้าผสมน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนเท่ากับ 80 กับไอโซออกเทนด้วยอัตราส่วน 3:1 จะทำให้ได้น้ำมัน
    เบนซินที่มีค่าออกเทนเป็นเท่าใด (onet’53)

    1. 83 2. 85
    3. 87 4. 95

    เฉลย 2. เพราะ น้ำมันที่มีเลขออกเทน 80 จะเทียบเท่ากับมี ไอโซออกเทน 80 ส่วน ในน้้ำมัน 100 ส่วน
    ดังนั้น ถ้ามีน้ำมัน 300 ส่วน ก็จะมีไอโซออกเทน 80×3 = 240 ส่วน ในสัดส่วนเดียวกัน

    ทีนี้เราใส่ไอโซออกเทนไปเพิ่ม ในอัตราส่วน น้ำมันเดิม : ไอโซออกเทนใหม่ = 3:1
    เราทำให้เป็น 300 เพื่อให้เหมือนข้างบนจะได้ = 300:100
    นั่นคือ ถ้าเรามีน้ำมันเดิม 300 ส่วน เราจะเติม ไอโซออกเทน ลงไป 100 ส่วน

    สุดท้ายเราจะได้ว่า ว่า เรามีสารทั้งหลายรวมเบ็ดเสร็จ 300+100 = 400 ส่วน

    ในบรรดาทั้งหมด 400 ส่วนนี้ จะเป็น ไอโซออกเทน 240+100 = 340 ส่วน
    แล้วถ้าทั้งหมดเป็น 100 ส่วน หล่ะ –> จะมีไอโซออกเทน (340×100)/400 = 85 ส่วน

    จะได้เลขออกเทนใหม่ 85

    นายไกรวิชญ์ มณีวงค์ ม.6/1 เลชที่ 2

  29. ข้อใดไม่ใช่แก๊สเรือนกระจก (O-net 53)
    1. คาร์บอนไดออกไซด์
    2. ออกไซด์ของไนโตรเจน
    3. คาร์บอนมอนอกไซด์
    4. มีเทน

    ตอบข้อ 3. คาร์บอนมอนอกไซด์
    เหตุผล
    ก๊าซเรือนกระจกได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ , มีเทน , CFC และไนตรัสออกไซด์ซึ่งไนตรัสออกไซด์จัดเป็นออกไซด์ของไนโตรเจนชนิดหนึ่ง ดังนั้นตัวเลือกที่ไม่ใช่แก๊สเรือนกระจก คือ คาร์บอนมอนอกไซด์

    นางสาวกัลย์สุดา วิริยะปัญญากุล ม.6/4 เลขที่ 21

  30. ในการกลั่นน้ำมันดิบ ผู้ประกอบการจะใช้การกลั่นลำดับส่วนแทนที่จะเป็นการกลั่นแบบธรรมดา ข้อใดคือเหตุผลหลัก (onet’51)
    1) ในน้ำมันดิบมีสารที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกัน จึงแยกด้วยวิธีการกลั่นแบบธรรมดาไม่ได้
    2) การกลั่นแบบธรรมดาใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการกลั่นลำดับส่วน
    3) การกลั่นแบบธรรมดาจะได้ปรอทและโลหะหนักออกมาด้วย
    4) การกลั่นลำดับส่วนจะไม่เกิดเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

    เฉลย 1. เพราะการกลั่นแบบธรรมดาคือการกลั่นอย่างง่าย เหมาะกับการแยกสารละลายที่ประกอบไปด้วยสาร 2 ชนิดขึ้นไปที่มีจุดเดือดแตกต่างกันมาก (80 องศาขึ้นไป) แต่การกลั่นลำดับส่วนคือการกลั่นแยกของเหลวที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกัน การกลั่นน้ำมันดิบซึ่งประกอบไปด้วยสารเชื้อเพลิงระเหยง่ายหลายชนิดที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันจึงต้องกลั่นแบบลำดับส่วน

    นางสาวณัฐณิช เหลืองโพธิ์แมน ม.6/1 เลขที่ 20

  31. ข้อสอบ (O-net ปี 49′)

    จงพิจราณาข้อความต่อไปนี้
    ก ซากพึชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่อุณหภูมิ และความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
    ข น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกะทะรองรับไว้
    ค การสำรวจแหล่งปิโตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
    ง ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตแก๊สธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน
    ข้อใดถูก
    1 ก และ ข
    2 ข และ ง
    3 ก และ ค
    4 ค และ
    ดังนั้น ข้อนี้ ตอบ 3 เพราะ
    ขอ ข ผิด เพราะ น้ำมนดิบจะถูกเก็บอยูใตผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งลักษณะของหินจะมีดานบนปดกั้นปองกันการระเหยของปโตรเลียม
    ขอ ง ผิด เพราะแหล่งน้ำามันนดิบ และแหลงแกสธรรมชาติไมจําเป็นต้องเปนแหล่งเดียวกัน
    นาย ถนอมพงษ์ เมฆกิจ เลขที่ 8 ม.6/3

  32. ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล (O-net 53)
    1. น้ำมันปิโตรเลียม
    2. แก๊สธรรมชาติ
    3. ถ่านหิน
    4. ถ่านกัมมันต์

    คำตอบข้อ ตอบข้อ 4. ถ่านกัมมันต์

    เหตุผล
    เชื้อเพลิงฟอสซิล เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ตายทับถมกันนับล้านปีใต้ท้องทะเลหรือพื้นดินลึก ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
    ดังนั้นตัวเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ ถ่านกัมมันต์
    ซึ่งเป็นถ่านที่ได้จากการนำไม้หรือวัสดุใกล้เคียงอื่นๆ เช่น กะลามะพร้าวมาผ่านกระบวนการคาร์บอไนช์โดยการเผาและอัดแรงดันที่อุณหภูมิสูงๆทำให้ได้ถ่านที่มีความพรุนสูงมาก

    นายธนวัฒน์ อุ่นแก้ว ม.6/3 เลขที่ 11

  33. ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล (O-net 53)
    1. น้ำมันปิโตรเลียม
    2. แก๊สธรรมชาติ
    3. ถ่านหิน
    4. ถ่านกัมมันต์

    คำตอบ 4. ถ่านกัมมันต์ เพราะ เป็นถ่านที่ได้จากการนำไม้หรือกะลามะพร้าว มาเผาแล้วอัดด้วยความดัมสูง

    นายเอกณรงค์ ธรรมตา ชั้น ม.6/1 เลขที่ 8

  34. ข้อสอบ เมื่อนําสาร A มาเผาในบรรยากาศออกซิเจน O2 (g) จะได้ไอน้ำ H2O(g) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์CO2(g) สาร A ในปฏิกิริยาข้างต้นไม่ใช่สารใดในข้อต่อไปนี้ (o-net53)
    1. แก๊สไฮโดรเจน
    2. แก๊สโซฮอล์
    3. แก๊สบิวเทน
    4. แก๊สธรรมชาติ
    คำตอบ ก.แก๊สไฮโดรเจน เพราะ H2 ทำปฏิกิริยากับO2 ได้ผลิตภัทณ์เป็นH2O เพียงอย่างเดี่ยวส่วนสารข้ออื่นๆ เป็นสารอินทรีย์การเผาไหม้ต้องได้ CO2 และ H2O

    นางสาวอรวรรณ บุญศรี ชั้น ม.6/1 เลขที่ 32

  35. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (O-net 49)
    ก. เเก๊สโซฮอล์เป็นสารผสมระหว่างเอทานอลเเละน้ำมันเบนซิน
    ข. เเก๊สหุงต้ม หรือ LPG เป็นเเก๊สผสมระหว่างโพรเพนเเละบิวเทน
    ค. เเก๊สธรรมชาติจัดเป็นพลังงานสะอาดเพราะสามารถเกิดการเผาไหม้ได้สมบูรณ์

    ข้อใดถูกต้อง
    1. ก เเละ ข เท่านั้น
    2. ก เเละ ค เท่านั้น
    3. ข เเละ ค เท่านั้น
    4. ก ข เเละ ค

    เฉลยข้อ 4.
    เพราะ ทั้ง ข้อ ก. , ข้อ ข. และข้อ ค. ถูกต้องตามข้อมูล

    นางสาว พรพิมล วงค์ษา ชั้น ม.6/2 เลขที่ 35

  36. 38. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง (o-net 52)
    1. ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของแก๊สธรรมชาติไม่ทำให้เกิดแก๊สที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
    2. ควันสีดำที่เกิดจากเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์คือแก๊ส
    คาร์บอนมอนอกไซด์
    3. เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่พัฒนาเพื่อใช้ทดแทนปิโตรเลียมจัดเป็นทั้งพลังงานทางเลือก
    และเป็นพลังงานสะอาดเพราะไม่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมลภาวะในอากาศ
    4. การเผาไม้ซึ่งมีเซลลูโลสทำให้ได้ถ่านไม้ เขียนเป็นสมการเคมีคือ
    Cn(H2O) n → nCO2 + nH2O
    เฉลย ข้อ ข้อ 3.
    เหตุผล เพลิงที่มีไฮโดรเจนมาก คือมีอะตอมคาร์บอนน้อย หรือไม่มีอะตอมคาร์บอนเลย ก็จะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงหรือไม่เกิดเลย ดังนั้นพลังงานไฮโดรเจนจึงเป็นพลังงานสะอาดและเชื้อเพลิงไฮโดรเจนไม่ปล่อยมลภาวะในสิ่งแวดล้อม

    นางสาว แววพลอย กอนหย่ง ม.6/1 เลขที่ 26

  37. 1. คำว่า “ปิโตรเลียม” ไม่ครอบคลุมข้อใด ?

    ก. น้ำมันดิบ
    ข. ถ่านหิน
    ค. ก๊าซหุงต้ม
    ง. ก๊าซธรรมชาติ

    ตอบ ข.น้ำมันดิบ

    นาย บุรินทร์ เจตจำนงกิจ ม.6/4 เลขที่ 3

  38. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง (o-net 52)
    1. ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของแก๊สธรรมชาติไม่ทําให้เกิดแก๊สทที่ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
    2. ควันสีดําที่เกิดจากเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์คือแก๊ส คาร์บอนมอนอกไซด์
    3. เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่พัฒนาเพื่อใช้ทดแทนปิโตรเลยมจัดเป็นพลังงานทางเลือก และเป็นพลังงานสะอาดเพราะไม่ทําใหเกิดผลิตภัณฑ์ทที่เป็นมลภาวะในอากาศ
    4. การเผาไหม้ซึ่งเซลลูโลสทําให้ได้ถ่านไม่เขียนเป็นสมการเคมีคือ Cn(H2O) n → nCO2 + nH2O
    ตอบ 3. เพราะ ความหมายของเชื้อเพลิงไฮโดรเจนมีอยู่ว่าพลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen, H2) ซึ่งถือได้ว่าเป็นพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง, สะอาด, และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับการคาดหมายและยอมรับว่าจะเป็นแหล่งของพลังงานเชื้อเพลิงที่สำคัญอย่างมากในอนาคต

    นางสาวเมแข แซ่เจ้า ชั้นม.6/3 เลขที่ 35

  39. (o-net 50)ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ มีการนำวัตุดิบธรรมชาติมาทดสอบได้ผลดังตาราง
    วัตถุดิบ A เติมสารละลายไอโอดีน =ไม่เปลี่ยนแปลง
    เติมสารละลายเบเนดิกต์=ตะกอนสีแดงอิฐ
    เติมสารละลาย NaOH และ CuSo4 =ไม่เปลี่ยนแปลง
    วัตถุดิบ B เติมสารละลายไอโอดีน =สีน้ำเงินเข้ม
    เติมสารละลายเบเนดิกต์=ไม่เปลี่ยนแปลง
    เติมสารละลาย NaOH และ CuSo4 =ไม่เปลี่ยนแปลง

    วัตถุดิบ c เติมสารละลายไอโอดีน =ไม่เปลี่ยนแปลง
    เติมสารละลายเบเนดิกต์=ไม่เปลี่ยนแปลง
    เติมสารละลาย NaOH และ CuSo4 =ตะกอนสีม่วง
    วัตุดิบชนิดใดเมื่อนำมาหมักกับยีสต์ จะให้ของเหลวใสติดไฟได้ ใช้ในการเป็นส่วนผสมในการผลิดเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์
    1.A เท่านั้น
    2.B เท่านั้น
    3.A และ B
    4. B และC
    ตอบ ข้อ3. เพราะ Bเป็นมีคุณสมบัติแป้ง และ A เป็นน้ำตาล ซึ่งการใช้วิธีการทางชีวเคมีเพื่อผลิตเอทานอลเอทานอลที่ได้เรียกว่า “ไบโอเอทานอล (bio-ethanol)” โดยการใช้วัสดุการเกษตรที่มีองค์ประกอบประเภท แป้ง น้ำตาล หรือเซลลูโลสเป็นวัตถุดิบ และการกลั่นเพื่อผลิตเอทานอลและทำให้บริสุทธิ์และจึงจะสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์

    นางสาวชลธิชา น้อยหมอ ชั้นม. 6/3 เลขที่ 32

  40. แก๊สหุงต้ม เป็นแก๊สที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น สารในข้อใดใช้เติมใหแก๊สมีกลิ่น
    เพื่อให้ทราบได้ ในเวลาที่เกิดการรั่วไหลของแก๊ส (pre-ONET 57)
    1. เมทิล เทอร์เทียรี บิวทิล อีเธอร์ (MTBE)
    2. เตตระเอทิลเลด
    3. เมอแคบแตน
    4. เอทานอล
    5. เมทานอล

    เฉลยตอบ 3. เพราะ
    – สารประกอบเมอแคบแตน ใช้เป็นสารเติมกลิ่นในแก๊สหุงต้ม
    – เมทิล เทอร์เทียรี บิวทิล อีเธอร์ (MTBE) ใช้ทดแทนสารตะกั่ว ในน้ำมัน เบนซิน
    เพื่อช่วยให้การเผาไหม้ดีขึ้น
    – เตตระเอทิลเลดใช้เติมในน้ำมันเบนซินเพื่อเป็นการเพิ่มค่าออกเทน ทำให้เชื้อเพลิงเผาไหม้ได้ดี
    – เอทานอล เป็นของเหลวไม่มีสีระเหยได้ไวไฟสูง เป็นแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักพืชผลทางการเกษตร สามารถนำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง
    – เมทานอลเป็นของเหลวใส ระเหยง่ายเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่น ปิโตรเลียม สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในธรรมชาติ

    นายสุธิวัส คำนวล ชั้น ม.6/1 เลขที่ 5

  41. ข้อสอบ เมื่อนําสาร A มาเผาในบรรยากาศออกซิเจน O2 (g) จะได้ไอน้ำ H2O(g) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์CO2(g) สาร A ในปฏิกิริยาข้างต้นไม่ใช่สารใดในข้อต่อไปนี้ (o-net53)
    1. แก๊สไฮโดรเจน
    2. แก๊สโซฮอล์
    3. แก๊สบิวเทน
    4. แก๊สธรรมชาติ
    เฉลย ตอบข้อ 4 แก๊สธรรมชาติ
    เพราะ เชื้อเพลิงที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อนำมาเผาไหม้ในที่ที่มีแก๊สออกซิเจนเพียงพอ จะเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ให้ไอน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลิตภัณฑ์ เช่น การเผาไหม้มีเทนจะเกิดปฏิกิริยา ดังนี้
    CH4 + 2O2 → CO22H2O
    แก๊สโซออล์ แก๊สบิวเทนและแก๊สธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงที่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อเกิดการเผาไหม้ในบรรยากาศที่มีออกซิเจนจะได้ไอน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลิตภัณฑ์
    นางสาวจุฑารัตน์ จันแก้ว ม.6/3 เลขที่ 20

  42. O-NET 53
    เรื่อง ปิโตรเลียม

    ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม
    1. มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    2. เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
    3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    4. ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

    เฉลย
    ตอบ ข้อ 3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    ข้อ 1 น้ำมันเบนซินมีจุดเดือด 250-340 องซาเซลเซียส
    ข้อ 2 ไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดไม่ละลายน้ำเพราะไม่มีขั้ว
    ข้อ 4 จำนวนคาร์บอนของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมี คือ 6-12

    นาย หลงบุญ นามตาล ม.6/3 เลขที่ 14

  43. O-net ปี 49
    จงพิจราณาข้อความต่อไปนี้
    ก ซากพึชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่อุณหภูมิ และความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
    ข น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกะทะรองรับไว้
    ค การสำรวจแหล่งปิโตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
    ง ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตแก๊สธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน
    ข้อใดถูก
    1 ก และ ข
    2 ข และ ง
    3 ก และ ค
    4 ค และ ง

    ดังนั้น ตอบ 3 เพราะ
    ขอ ข ผิด เพราะ น้ำมนดิบจะถูกเก็บอยูใตผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งลักษณะของหินจะมีดานบนปดกั้นปองกันการระเหยของปโตรเลียม
    ขอ ง ผิด เพราะแหล่งน้ำามันนดิบ และแหลงแกสธรรมชาติไมจําเป็นต้องเปนแหล่งเดียวกัน

    นางสาว วโรชา มหาพรหม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เลขที่ 23

  44. 56.ข้อใดนำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบมาใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง (o-net)
    1. นำน้ำมันหล่อลื่นมาใช้ทาน้ำมันเครื่อง
    2. นำแก๊สปิโตรเลียมมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในตะเกียง
    3. นำแก๊สโซลีนมาใช้เป็นน้ามันเชื้อเพลิงสาหรับเครื่องบิน
    4. นำน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซล

    คำตอบข้อ 56 ตอบข้อ 1 น้ำมันหล่อลื่นนำมาใช้ทาน้ำมันเครื่อง เทียนไข และแว็ก แก๊สปิโตรเลียมนำมาใช้เป็น แก๊สหุงต้ม แก๊สโซลีนนามาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสาหรับรถยนต์ และน้ามันเชื้อเพลิง นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงของเครื่องจักรและเรือ

    นางสาววรรณภา มงคลคลี ม.6/3 เลขที่ 23

  45. (O-NET 52) 38.ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
    1.ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของแก๊สธรรมชาติไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
    2.ควันสีดำที่เกิดจากเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์คือแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์
    3.เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่พัฒนาเพื่อนใช้ทดแทนปิโตรเลียมจัดเป็นทั้งพลังงานทางเลือกและเป็นพลังงานสะอาดเพราะไม่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมลภาวะในอากาศ
    4.การเผาไหม้ซึ่งมีเซลลูโลสทำให้ได้ถ่านไม้ Cn(H2O)n —>nCO2 + nH2O

    คำตอบ 3.เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่พัฒนาเพื่อนใช้ทดแทนปิโตรเลียมจัดเป็นทั้งพลังงานทางเลือกและเป็นพลังงานสะอาดเพราะไม่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นมลภาวะในอากาศ
    เหตุผล ข้อ1ผิด เนื่องจากการเผาไหม้แก๊สธรรมชาติจะทำให้เกิด CO2 ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
    ข้อ2 ผิด เนื่องจากควันสีดำที่เกิดจากการเผาไหม้ คือ คาร์บอน
    ข้อ3 ถูก ตามเหตุผลที่ระบุไว้
    ข้อ4 ผิด เนื่องจากการเผาไหม้จะได้ CO2 กับ H2O

    นายจักราวุธ สุปราการ ชั้น ม.6/2 เลขที่ 5

  46. ข้อ 17) ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล (O-net 53)
    1. น้ำมันปิโตรเลียม
    2. แก๊สธรรมชาติ
    3. ถ่านหิน
    4. ถ่านกัมมันต์

    คำตอบข้อ 17 ) ตอบข้อ 4. ถ่านกัมมันต์

    เหตุผล
    เชื้อเพลิงฟอสซิล เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ตายทับถมกันนับล้านปีใต้ท้องทะเลหรือพื้นดินลึก ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
    ดังนั้นตัวเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ ถ่านกัมมันต์
    ซึ่งเป็นถ่านที่ได้จากการนำไม้หรือวัสดุใกล้เคียงอื่นๆ เช่น กะลามะพร้าวมาผ่านกระบวนการคาร์บอไนช์โดยการเผาและอัดแรงดันที่อุณหภูมิสูงๆทำให้ได้ถ่านที่มีความพรุนสูงมาก

    ชื่อ นายพงศธร ยอดหาญ ชั้น ม.6/2 เลขที่2

  47. ข้อสอบปิโตรเลียม
    ถ้าผสมน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนเท่ากับ 80 กับไอโซออกเทนด้วยอัตราส่วน 3:1 จะทำให้ได้น้ำมัน
    เบนซินที่มีค่าออกเทนเป็นเท่าใด (onet’53)

    1. 83 2. 85
    3. 87 4. 95

    เฉลย 2. เพราะ น้ำมันที่มีเลขออกเทน 80 จะเทียบเท่ากับมี ไอโซออกเทน 80 ส่วน ในน้้ำมัน 100 ส่วน
    ดังนั้น ถ้ามีน้ำมัน 300 ส่วน ก็จะมีไอโซออกเทน 80×3 = 240 ส่วน ในสัดส่วนเดียวกัน

    ทีนี้เราใส่ไอโซออกเทนไปเพิ่ม ในอัตราส่วน น้ำมันเดิม : ไอโซออกเทนใหม่ = 3:1
    เราทำให้เป็น 300 เพื่อให้เหมือนข้างบนจะได้ = 300:100
    นั่นคือ ถ้าเรามีน้ำมันเดิม 300 ส่วน เราจะเติม ไอโซออกเทน ลงไป 100 ส่วน

    สุดท้ายเราจะได้ว่า ว่า เรามีสารทั้งหลายรวมเบ็ดเสร็จ 300+100 = 400 ส่วน

    ในบรรดาทั้งหมด 400 ส่วนนี้ จะเป็น ไอโซออกเทน 240+100 = 340 ส่วน
    แล้วถ้าทั้งหมดเป็น 100 ส่วน หล่ะ –> จะมีไอโซออกเทน (340×100)/400 = 85 ส่วน

    จะได้เลขออกเทนใหม่ 85

    ชื่อ-สกุล นายชนนันต์ ชัยวงค์ เลขที่ 2 ม.6/3

  48. น้ำมันดีเซลที่มีเลขซีเทนเท่ากับ90หมายความว่าอย่างไร
    ก ประกอบด้วยซีเทน 90% และเบน 10%
    ข น้ำมันดีเซลที่เติม MTBE ลงไป 10 %
    ค เหมือนกับมีน้ำมันซีเทนอยู่ 90 %
    ง ประกอบด้วยแอลฟาเมทิลแนฟทาลีน 90%

    เฉลย ค น้ำมันดีเซล มีเลขซีเทนเท่ากับ90 หมายความว่าน้ำมันดีเซลมีสมบัติในการเผาไหม้เหมือนกับมีน้ำมันซีเทน 90%

    นาย สุรชัย บรรพตวิจิตร เลขที่5 ม.6/3

  49. เรื่อง ปิโตรเลียม O-net ปี52
    ข้อ 39.การเผาไหม้ของเอทานอลให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันเบนซินในปริมาตรที่เท่ากัน และเอทานอลมีค่าออกเทนสูงกว่าน้ำมันเบนซิน ถ้าใช้รถคันเดียวกัน เติมน้ำมันเท่ากัน แล้วขับบนเส้นทางและสภาพถนนเดียวกัน จะได้ผลตามข้อใด
    1. การใช้แก๊สโซฮอล์วิ่งได้ระยะน้อยกว่าใช้เบนซิน แต่เครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่า
    2.การใช้แก๊สโซฮอล์วิ่งได้ระยะมากกว่าใช้เบนซิน และเครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่า
    3.การใช้เบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ได้ผลเหมือนกันทั้งระยะทางและการทำงานของเครื่องยนต์
    4.การใช้แก๊สโซฮอล์จะวิ่งได้ระยะน้อยกว่าใช้เบนซิน ส่วนเครื่องยนต์ทำงานได้เหมือนเดิม

    เฉลย 1.
    เพราะ แก๊สโซฮอล์ซึ่งมีเอทานอลเป็นองค์ประกอบจะให้พลังงานจากการเผาไหม้น้อยกว่าน้ำมันเบนซิน ทำให้มีการสิ้นเปลืองมากกว่าจะวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าการใช้เบนซินในปริมาตรที่เท่ากัน แต่แก๊สโซฮอล์จะมีค่ออกเทนสูงกว่า ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่า

    นางสาวกนกวรรณ สันต๊ะวงค์ ชั้น ม.6/1 เลขที่35

  50. #อันใหม่ค่ะ

    (O-Net 51) ในการกลั่นน้ำมันดิบ ผู้ประกอบการจะใช้การกลั่นลำดับส่วนแทนที่จะเป็นการกลั่นแบบธรรมดา ข้อใดคือเหตุผลหลัก
    1) ในน้ำมันดิบมีสารที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกัน จึงแยกด้วยวิธีการกลั่นแบบธรรมดาไม่ได้
    2) การกลั่นแบบธรรมดาใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการกลั่นลำดับส่วน
    3) การกลั่นแบบธรรมดาจะได้ปรอทและโลหะหนักออกมาด้วย
    4) การกลั่นลำดับส่วนจะไม่เกิดเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

    ตอบข้อ 1 เพราะในน้ำมันดิบมีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีขนาดโมเลกุลใกล้เคียงกัน รวมทั้งไอโซเมอร์ที่มีจุดเดือด
    ใกล้เคียงกันจึงต้องแยกด้วยการกลั่นแบบลำดับส่วน

    นางสาว ศุภธิดา ลือเมือง ชั้น ม.6/2 เลขที่ 26

  51. ข้อสอบ ปิโตรเลียม
    วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.4

    ข้อใดเป็นแหล่งพลังงานสำรองในอนาคตของประเทศไทยที่ได้มาจากพืช ?
    ตัวเลือกที่ 1 : แก๊สหุงต้ม
    ตัวเลือกที่ 2 : ไบโอดีเซล
    ตัวเลือกที่ 3 : น้ำมันดีเซล
    ตัวเลือกที่ 4 : แก๊สแอลพีจี
    ตอบข้อ 2 ไบโอดีเซล
    ไบโอดีเซล
    เป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตได้จากน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี เพื่อให้เกิดเป็นสารที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เหมือนน้ำมันดีเซล ปัจจุบันไบโอดีเซลที่มีการผลิต มีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

    -ไบโอดีเซลที่ใช้น้ำมันพืชหรือไขมันจากสัตว์โดยตรง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันจากไขมันสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ ป้อนลงไปในเครื่องยนต์ดีเซล โดยไม่ผสมหรือเติมสารเคมีอื่นใด สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการอุ่นน้ำมันอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส ในทุกจุดที่มีน้ำมันไหลผ่าน เพื่อหลอมไขแข็งและลดความหนืดของน้ำมัน มิฉะนั้นอาจเกิดอุปสรรคต่อหัวฉีดน้ำมัน และป้อนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทำให้เกิดการสันดาปไม่สมบูรณ์

    -ไบโอดีเซลแบบลูกผสม เป็นการผสมน้ำมันพืชหรือน้ำมันจากสัตว์กับน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดีเซล เพื่อลดความหนืดของน้ำมันพืชลง
    -ไบโอดีเซลแบบเอสเทอร์ เป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติเหมือนกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันพืชไขมันสัตว์ หรือน้ำมันพืชใช้แล้วกับแอลกอฮอล์ เช่น เมทานอลหรือเอทานอล

    นางสาว ศุภธิดา ลือเมือง ชั้น ม.6/2 เลขที่ 26

  52. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (O-Net’51)
    ก. LPG เป็นแก๊สหุงต้มและสามารถปรับใช้แทนน้ำมันเบนซินได้
    ข. เลขออกเทนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ส่วนเลขซีเทนนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันดีเซล
    ค. แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเมทานอล (แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง) กับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วน1:9
    ง. MTBE เป็นสารที่เติมลงในน้ำมันเบนซินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้และเรียกว่าน้ำมันไร้สารตะกั่ว
    ข้อใดถูก
    1. ก. และ ข. เท่านั้น
    2. ค. และ ง.
    3. ก. ข. และ ค.
    4. ก. ข. และ ง.
    เฉลยข้อ 4. เพราะ ข้อ ค. ผิดเนื่องจากแก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน
    น.ส.ธัญจิรา จันต๊ะคาด ชั้นม.6/1 เลขที่ 29

  53. O-NET 53
    เรื่อง ปิโตรเลียม

    ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม
    1. มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    2. เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
    3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    4. ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

    เฉลย
    ตอบ ข้อ 3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    ข้อ 1 น้ำมันเบนซินมีจุดเดือด 250-340 องซาเซลเซียส
    ข้อ 2 ไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดไม่ละลายน้ำเพราะไม่มีขั้ว
    ข้อ 4 จำนวนคาร์บอนของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมี คือ 6-12
    นายจิรายุส หงษ์คำ เลขที่11 ม.6/2

  54. O-NET 53
    เรื่อง ปิโตรเลียม

    ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม
    1. มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    2. เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
    3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    4. ประกอบด้วยไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

    เฉลย
    ตอบ ข้อ 3. มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    ข้อ 1 น้ำมันเบนซินมีจุดเดือด 250-340 องซาเซลเซียส
    ข้อ 2 ไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดไม่ละลายน้ำเพราะไม่มีขั้ว
    ข้อ 4 จำนวนคาร์บอนของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมี คือ 6-12
    นายวรพจน์ หงษ์คำ เลขที่ 11 ม.6/1

  55. ปิโตรเลียมมีกี่สถานะ
    1. 2
    2. 3
    3. 4
    4. 5

    ตอบข้อ 2.3 ปิโตรเลียมมี 3 สถานะ ได้แก่ น้ำมันดิบ (Crude Oil) ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) และก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) 1. น้ำมันดิบเป็นปิโตรเลียมที่มีสถานะเป็นของเหลว มีสีน้ำตาลถึงสีดำ มีค่าความหนาแน่นระหว่าง 0.79-0.95 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ภายใต้สภาพปกติที่ผิวโลก น้ำมันดิบมีปริมาณคาร์บอนร้อยละ 82.2-87.1 โดยน้ำหนัก ไฮโดรเจนร้อยละ 11.7 – 14.7 โดยน้ำหนัก ที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 0.2 – 6.1 เป็นสารประกอบอื่นๆ ได้แก่ กำมะถัน ไนโตรเจน ออกซิเจนและน้ำเป็นต้น 2. ก๊าซธรรมชาติเป็นปิโตรเลียมที่มีสถานะเป็นก๊าซหรือไอ ประกอบด้วย ก๊าซมีเทน (CH4) เป็นส่วนใหญ่ และมีก๊าซอีเทน (C2H6) ก๊าซโพรเพน (C3H8) และก๊าซบิวเทน (C4H10) ปนอยู่บ้าง ก๊าซธรรมชาติบริสุทธิ์ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น อาจเกิดร่วมกับน้ำมันดิบหรือไม่ก็ได้ 3. ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นไฮโดรคาร์บอนในกลุ่มเดียวกับก๊าซธรรมชาติ แต่มีสถานะเป็นของเหลว โดยเมื่ออยู่ในแหล่งกักเก็บใต้ผิวโลก ซึ่งมีอุณหภูมิและความดันสูงจะมีสภาพเป็นก๊าซ และจะกลายสภาพเป็นของเหลว เมื่อขึ้นมาสู่พื้นผิวโลก – See

    นาย ประเสริฐ แสนสิทธิ์ ชั้น ม.6/8 เลขที่ 2

  56. #แก้ไขใหม่
    1. น้ำมันเบนซิน A และ B มีเลขออกเทน 91 และ 75 ตามลำดับ มีองค์ประกอบเป็นสารที่มีสูตรโครงสร้างดังนี้(1) และ (2) (O-net’50)
    (1) คือ เฮปเทน (2) คือ ไอโซออกเทน

    พิจารณาข้อความเกี่ยวกับน้ำมันเบนซิน A และ B ดังต่อไปนี้
    ก.น้ำมันเบนซิน A มีสาร (2) มากกว่าเบนซิน B
    ข.น้ำมันเบนซิน A มีสาร (1) 91 ส่วน แต่ เบนซิน B มีสาร (1) เพียง 75 ส่วน
    ค.สาร (2) ทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของน้ำมันเบนซิน A มากกว่าน้ำมันเบนซิน B
    ง.การเติม (2) ลงในน้ำมันเบนซิน A และ B เป็นการเพิ่มคุณภาพเพราะเลขออกเทนของน้ำมันมีค่าสูงขึ้น
    ข้อใดถูกต้อง
    1. ข เท่านั้น
    2. ก ค และ ง เท่านั้น
    3. ข ค และ ง เท่านั้น
    4. ก ข ค และ ง

    ตอบ 2. ก ค และ ง เท่านั้น เพราะ
    น้ำมันเบนซิน A มีเลขออกเทนสูงกว่าน้ำมัน B จะมีสมบัติในการเผาไหม้ดีกว่า ซึ่งดูได้จากเลขออกเทนซึ่งจะบอกปริมาณของสารไอโซออกเทน (2) ที่เป็นองค์ประกอบหลักในการบอกคุณภาพของน้ำมัน ดังนั้น
    ข้อ ก. ถูกต้อง
    ข้อ ข. ผิด เนื่องจาก น้ำมันเบนซิน A จะมีสาร (2) จำนวน 91 ส่วน แต่น้ำมันเบนซิน B จะมีสาร (1) จำนวน 25 ส่วน ในน้ำมัน 100 กรัม
    ข้อ ค. ถูกต้อง
    ข้อ ง. ถูกต้อง

    2.พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (O-net’49)
    ก.แก๊สโซฮอล์เป็นสารผสมระหว่างเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน
    ข.แก๊สหุงต้มหรือ LPG เป็นแก๊สที่ผสมระหว่างโพรเพนและบิวเทน
    ค.แก๊สธรรมชาติจัดเป็นพลังงานสะอาดเพราะสามารถเกิดการเผาไหมได้สมบูรณ์
    ข้อใดถูกต้อง
    1.ก และ ข เท่านั้น 2.ก และ ค เท่านั้น
    3.ข และ ค เท่านั้น 4.ทั้ง ก ข และ ค

    ตอบ 4.ทั้ง ก ข และ ค เพราะ
    ก.แก๊สโซฮอล์เป็นสารผสมระหว่างเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน ถูกต้องตามข้อมูล
    ข.แก๊สหุงต้มหรือ LPG เป็นแก๊สที่ผสมระหว่างโพรเพนและบิวเทน ถูกต้องตามข้อมูล
    ค.แก๊สธรรมชาติจัดเป็นพลังงานสะอาดเพราะสามารถเกิดการเผาไหมได้สมบูรณ์ ถูกต้องตามข้อมูล

    ปล.ข้อแรกมีสูตรโครงสร้างด้วยแต่ใส่เป็นรูปไม่ได้ ส่วนข้อสองเอามากันไว้เผื่อไม่ได้ค่ะ ^&^

    นางสาวจีรวรรณ ใจหล้า ชั้น ม.6/1 เลขที่ 17

  57. น้ำมันเบนซิน A และ B มีเลขออกเทน 91 และ 75 ตามลำดับ มีองค์ประกอบเป็นสารที่มีสูตรโครงสร้างดัง (1) และ (2) (O-net’50)
    CH3 CH3
    CH3-CH2-CH2-CH2-CH2-CH2-CH3 CH3-C-CH2-CH-CH3
    (1) CH3
    (2)

    พิจารณาข้อความเกี่ยวกับน้ำมันเบนซิน A และ B ดังต่อไปนี้
    ก.น้ำมันเบนซิน A มีสาร (2) มากกว่าเบนซิน B
    ข.น้ำมันเบนซิน A มีสาร (1) 91 ส่วน แต่ เบนซิน B มีสาร (1) เพียง 75 ส่วน
    ค.สาร (2) ทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของน้ำมันเบนซิน A มากกว่าน้ำมันเบนซิน B
    ง.การเติม (2) ลงในน้ำมันเบนซิน A และ B เป็นการเพิ่มคุณภาพเพราะเลขออกเทนของน้ำมันมีค่าสูงขึ้น
    ข้อใดถูกต้อง
    1. ข เท่านั้น
    2. ก ค และ ง เท่านั้น
    3. ข ค และ ง เท่านั้น
    4. ก ข ค และ ง

    ตอบ 2. ก ค และ ง เท่านั้น เพราะ
    น้ำมันเบนซิน A มีเลขออกเทนสูงกว่าน้ำมัน B จะมีสมบัติในการเผาไหม้ดีกว่า ซึ่งดูได้จากเลขออกเทนซึ่งจะบอกปริมาณของสารไอโซออกเทน (2) ที่เป็นองค์ประกอบหลักในการบอกคุณภาพของน้ำมัน ดังนั้น
    ข้อ ก. ถูกต้อง
    ข้อ ข. ผิด เนื่องจาก น้ำมันเบนซิน A จะมีสาร (2) จำนวน 91 ส่วน แต่น้ำมันเบนซิน B จะมีสาร (1) จำนวน 25 ส่วน ในน้ำมัน 100 กรัม
    ข้อ ค. ถูกต้อง
    ข้อ ง. ถูกต้อง

  58. พิจารณาข้อความต่อไปนี้ (O-Net’51)
    ก. LPG เป็นแก๊สหุงต้มและสามารถปรับใช้แทนน้ำมันเบนซินได้
    ข. เลขออกเทนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ส่วนเลขซีเทนนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันดีเซล
    ค. แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเมทานอล (แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง) กับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วน1:9
    ง. MTBE เป็นสารที่เติมลงในน้ำมันเบนซินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้และเรียกว่าน้ำมันไร้สารตะกั่ว
    ข้อใดถูก
    1. ก. และ ข. เท่านั้น
    2. ค. และ ง.
    3. ก. ข. และ ค.
    4. ก. ข. และ ง.
    เฉลยข้อ 4. เพราะ ข้อ ค. ผิดเนื่องจากแก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน
    น.ส.ไอมิ นาคามูรา ชั้นม.6/2 เลขที่ 23

  59. พิจารณาข้อความต่อไปนี้
    ก. ซากพืชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่มีอุณหภูมิและความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็น
    สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
    ข. น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกระทะรองรับไว้
    ค. การสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
    ง. ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน (onet’49)
    ข้อใดถูก
    1.ก และ ข
    2.ก และ ค
    3.ข และ ง
    4.ค และ ง
    เฉลย ข้อ1. เพราะข้อ ค ผิด เนื่องจากการสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินบนพื้นโลก ส่วนข้อ ง
    ผิดเนื่องจากแหล่งน้ำมันดิบของไทยส่วนใหญ่อยู่บนบกส่วนแหล่งก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่อยู่ในทะเล
    ชื่อ-สกุล น.ส.ไอมิ นาคามูรา ชั้น ม.6/2 เลขที่ 23

  60. ข้อสอบ
    พิจราณาข้อความต่อไปนี้ (O-net49)
    ก ซากพึชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่อุณหภูมิ และความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
    ข น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกะทะรองรับไว้
    ค การสำรวจแหล่งปิโตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
    ง ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตแก๊สธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน
    ข้อใดถูก
    1 ก และ ข 2 ข และ ง
    3 ก และ ค 4 ค และ ง

    เฉลย ตอบ 3 เพราะ ขอ ข ผิด เพราะ น้ำมนดิบจะถูกเก็บอยูใตผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งลักษณะของหินจะมีดานบนปดกั้นปองกันการระเหยของปโตรเลียม
    ขอ ง ผิด เพราะแหล่งน้ำามันนดิบ และแหลงแกสธรรมชาติไมจําเป็นต้องเปนแหล่งเดียวกัน

    นางสาว บังอร นามดี ชั้น ม.6/8 เลขที่ 23

  61. ข้อสอบ วิธีการในข้อใดที่ไม่สามารถบอกอายุของซากดึกดําบรรพ์ของไดโนเสาร์ได้ (onet’51)
    1. การเปรียบเทียบอายุกับชั้นหินที่พบซากนั้น
    2. การใช้ซากดึกดำบรรพ์ดัชนี
    3. การวิเคราะห์ปริมาณยูเรเนียมในซากดึกดําบรรพ์
    4. การวิเคราะห์ปริมาณของคาร์บอน-14 ในซากดึกดําบรรพ์

    เฉลย 1. เพราะ วิธีการหาอายุของซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ทำได้โดยการเปรียบเทียบอายุกับชั้นหินที่พบซากนั้น ซึ่งจะระบุได้เพียงว่าซากไดโนเสาร์นั้นใหม่กว่าหรือเก่ากว่าซากไดโนเสาร์อีกซากหนึ่ง และอีกวิธีหนึ่ง คือ การวิเคราะห์ปริมาณธาตุกัมมันตรังสี ที่อยู่ในซากไดโนเสาร์นั้น เช่น คาร์บอน-14 ยูเรเนียม-238 เป็นต้น ส่วนการใช้ ซากดึกดำบรรพ์ดัชนีนั้นไม่สามารถนำมาหาอายุของซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ได้ เนื่องจากซากดึกดำบรรพ์ดัชนีที่พบในแต่ละยุคนั้น ไม่ได้เป็นซากของไดโนเสาร์

    นางสาวเกสร นามดี ชั้น6/2 เลขที่ 20

  62. การสำรวจปิโตรเลียมในข้อใดทำให้ทราบตำแหน่ง รูปร่างลักษณะ และโครงสร้างของชั้นหินใต้ดิน (o-net51)
    ก. การวัดความหนาแน่น
    ข. การวัดคลื่นไหวสะเทือน
    ค. การตรวจวัดค่าความโน้มถ่วงของโลก
    ง.การวัดค่าความเข้มสนามแม่เหล็กโลก
    ตอบ ข เพราะ การวัดคลื่นไหวสะเทือนทำให้ทราบตำแหน่ง รูปร่างลักษณะ และโครงสร้างของชั้นหินใต้ดิน

    น.ส นงลักษณ์ นิลตา ชั้น ม.6/8 เลขที่ 29

  63. ข้อสอบ: ไฮโดรเจนเป็นแก๊สที่เบาที่สุด ใช้ทำให้บอลลูนลอยตัวขึ้นในอากาศได้ แต่ในทางปฏิบัติจะใช้แก๊สฮีเลียมซึ่งหนักกว่า เพราะเหตุผลหลักตามข้อใด (onet 52)
    1. แก๊สไฮโดรเจนติดไฟได้ง่าย
    2. แก๊สไฮโดรเจนมีราคาแพงกว่าแก๊สฮีเลียม
    3. ต้องใช้แก๊สไฮโดรเจนปริมาณมากกว่าการใช้ฮีเลียม
    4. ฮีเลียมแยกได้จากธรรมชาติ แต่แก๊สไฮโดรเจนต้องผ่านกระบวนการผลิต

    เฉลย: 1. แก๊สไฮโดรเจนติดไฟได้ง่าย
    เพราะการใช้แก๊สไฮโดรเจนอาจทำให้เกิดการระเบิดและเผาไหม้ได้
    ก่อให้เกิดความอันตราย จึงใช้แก๊สฮีเลียมที่ไม่ติดไฟแทน

    นางสาวนัทธฤดี สงวนศักดิ์ ม.6/8 เลขที่20

    • *แก้ไข* *ใช้เฟสบุ๊คตัวเองตอบค่ะ*

      ข้อสอบ: ไฮโดรเจนเป็นแก๊สที่เบาที่สุด ใช้ทำให้บอลลูนลอยตัวขึ้นในอากาศได้ แต่ในทางปฏิบัติจะใช้แก๊สฮีเลียมซึ่งหนักกว่า เพราะเหตุผลหลักตามข้อใด (onet 52)
      1. แก๊สไฮโดรเจนติดไฟได้ง่าย
      2. แก๊สไฮโดรเจนมีราคาแพงกว่าแก๊สฮีเลียม
      3. ต้องใช้แก๊สไฮโดรเจนปริมาณมากกว่าการใช้ฮีเลียม
      4. ฮีเลียมแยกได้จากธรรมชาติ แต่แก๊สไฮโดรเจนต้องผ่านกระบวนการผลิต

      เฉลย: 1. แก๊สไฮโดรเจนติดไฟได้ง่าย
      เพราะการใช้แก๊สไฮโดรเจนอาจทำให้เกิดการระเบิดและเผาไหม้ได้
      ก่อให้เกิดความอันตราย จึงใช้แก๊สฮีเลียมที่ไม่ติดไฟแทน

      นางสาวนัทธฤดี สงวนศักดิ์ ม.6/8 เลขที่20

  64. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติตัวทำลายอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม (O-net 54)
    1.มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
    2.เป็นสารคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
    3.มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    4.ประกอบด้วยสารในไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

    เฉลย ตอบข้อ 3.มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
    เพราะ ข้อ 1.น้ำมันเบนซินมีจุดเดือด 250-340 องซาเซลเซียส
    ข้อ 2.ไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดไม่ละลายน้ำเพราะไม่มีขั้ว
    ข้อ 4.จำนวนคาร์บอนของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมี คือ 6-12

    นาย ณัฐพงษ์ วงศ์ษารัตน์ ชั้น ม.6/8 เลขที่ 8

  65. ข้อใดกล่าวถึงผลของแก๊สอันตรายที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ถูกต้อง (o-net)
    1. แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้เกิดฝนกรด
    2. แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน
    3. แก๊สไฮโดรคาร์บอนก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ
    4. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เลือดไม่สามารถรับออกซิเจนได้

    ตอบข้อ3แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์จะไปจับกับเฮโมโกลบินทำให้เลือดไม่สามารถรับออกซิเจนได้ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ทำให้เกิดฝนกรด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และแก๊สไฮโดรคาร์บอนจะก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจ

    นางสาว สุพินดา สุเพ็ญพร ชั้น ม.6/8 เลขที่ 26

  66. ข้อใดไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล (O-net 53)
    1. น้ำมันปิโตรเลียม
    2. แก๊สธรรมชาติ
    3. ถ่านหิน
    4. ถ่านกัมมันต์
    คำตอบข้อ 17 ) ตอบข้อ 4. ถ่านกัมมันต์
    เหตุผล เพราะเชื้อเพลิงฟอสซิล เกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ตายทับถมกันนับล้านปีใต้ท้องทะเลหรือพื้นดินลึก ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
    ดังนั้นตัวเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ ถ่านกัมมันต์
    ซึ่งเป็นถ่านที่ได้จากการนำไม้หรือวัสดุใกล้เคียงอื่นๆ เช่น กะลามะพร้าวมาผ่านกระบวนการคาร์บอไนช์โดยการเผาและอัดแรงดันที่อุณหภูมิสูงๆทำให้ได้ถ่านที่มีความพรุนสูงมาก

    นางสาวปาริฉัตร แก้วศักดิ์ ชั้น ม.6/2 เลขที่ 17

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: